เหมือนจะลืมได้แล้ว

อะไรที่ฝังใจไปแล้ว ไม่ว่าจะผ่านกี่เดือน ผ่านไปกี่ปี เรื่องที่ฝังใจเหล่านั้น ก็ไม่เคยลบเลือนไปจากใจ บางเรื่องราวราวกับว่าเหมือนจะลืมไปแล้ว แต่เปล่าเลย บางครั้งมันกลับผุดขึ้นมาเมื่อเจอปัจจัยภายนอกมากระทบเรื่องราวเก่าๆเหล่านั้น แท้จริงมันก็แค่นอนแน่นิ่งอยู่ในห้องลับห้องหนึ่งที่ชื่อว่า "จิตใต้สำนึก" เท่านั้น ที่คิดว่าลืมไปแล้ว ที่แท้ก็หลอกตัวเอง

ทำไมน่ะ ทำไม เรื่องที่ฝังใจเรา ถึงลืมมันไปไม่ได้ ไม่ว่าจะใช้ความพยายามแค่ไหนก็ตาม แล้วทำไมเรื่องที่ไม่ฝังใจกลับลืมได้อย่างง่ายดาย บางเรื่องราวไม่อยากลืมกลับลืมไปซะงั้น น่าแปลกเหมือนกัน เรื่องที่ฝังใจมักจะเป็นเรื่องร้ายๆ เรื่องความเจ็บปวดทั้งนั้น ถ้าเป็นเรื่องดีๆเราคงไม่ไปพยายามลืมมันหรอก แต่เรื่องดีๆกลับมักไม่ฝังใจ เรื่องดีๆเลยลืมได้อย่างง่ายดาย แถมเรื่องร้ายๆที่ฝังใจยังกลับไปหลอกไปหลอนในความฝันอีกต่างหาก



ในเมื่อพยายามแค่ไหนก็ไม่ลืม ทำอย่างไรก็ไม่ลืม ก็มีทางเดียว ปล่อยมันไปเถอะ เวลาจะจัดการมันทุกอย่างเอง เมื่อเวลาเดิน เดินไป เป็นไปตามกลไกของธรรมชาติ มันก็จะสร้างความเคยชินให้เราเอง ธรรมชาติคอยช่วยเราอยู่เสมอถ้าเราปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของธรรมชาติ แต่ถ้าฝืนเมื่อไหร่มันก็พร้อมจะลงโทษเราเมื่อนั้นแหละ

นี่อาจจะเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของความเคยชินที่ธรรมชาติสร้างให้ ให้เราอยู่กับความเจ็บปวดได้ง่ายขึ้น ไม่ทรมานมากไป เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ฟ้าที่สว่างอยู่เพราะมันเพิ่งผ่านความมืดมา ใจที่มืดมัวไม่นานเดี๋ยวมันก็เดินผ่านสู่แสงสว่าง อีกครั้ง! อีกครั้ง! อีกครั้ง!

               "เวลาไม่ได้ทำให้เราลืมหรอก ใครบอกว่าลืมได้แล้ว หลอกตัวเองทั้งนั้น"

No comments:

Post a Comment