อะไรที่มากเกินไปไม่ดีทั้งนั้น

ไม่ว่าอะไรก็ตามถ้ามากเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้น ทำงานมากไปก็เหนื่อย ว่างมากไปก็เบื่อ รักมากไปก็เสียใจมาก คาดหวังมากไปก็ผิดหวังมาก ทำดีมากไปก็หาว่าสร้างภาพ ฯลฯ

ความพอดีจึงเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตให้มีความสุข แล้วจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าพอดี ความพอดีของแต่ละคนมีไม่เท่ากันหรอก เราไม่สามารถเอาความพอดีของเราไปเป็นมาตรฐานวัดความพอดีของคนอื่นได้ แล้วอะไรล่ะที่เป็นตัววัดความพอดี ไม่ใช่อะไรอื่นใดเลยมันก็คือใจของเรานั่นเอง ใจที่ไม่รู้จักกับคำว่าพอเวลาทำอะไรก็ไม่รู้จักกับคำว่าหยุด



ความพอดีจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ความอยากภายใจกับสิ่งที่มีภายนอกมาบรรจบกันเมื่อนั้นคนเราก็จะหยุด แต่ถ้าความอยากภายในมากเกินไปกว่าจะถึงจุดที่บรรจบกันบางคนก็ใกล้ตายแล้ว และตลอดทั้งชีวิตของเขาอาจจะมีความสุขในวันที่เหลือเวลาอยู่บนโลกนี้อีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นเรามีความสุขตั้งแต่ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ไม่ดีกว่าหรอกหรือ กับการรอที่จะมีความสุขในอนาคต อนาคตที่ไม่รู้เลยว่าจะเป็นเช่นไร จะมีชีวิตอยู่ถึงวันนั้นหรือเปล่า จะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ฝันไว้หรือเปล่า ไม่มีอะไรแน่นอน...

ไม่ต้องมีอะไรมากมายคนเราก็สามารถมีความสุขได้ ไม่ต้องวิ่งให้เท่าหรือแซงหน้าใครเขาก็ได้ วิ่งไปตามเส้นทางของเราเอง ตามความต้องการ ตามหัวใจของเราเองจริงๆ หลายๆคนไม่ได้วิ่งไปข้างหน้าตามหัวใจของตัวเองจริงๆหรอก มีเหตุและปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้คนเราไม่สามารถวิ่งตามหัวใจของเราได้จริงๆ

ลองทำตามหัวใจของตัวเองจริงๆดูสักครั้ง ลองไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นดูสักครั้ง ลองปรับความอยากภายในใจที่อาจโดนคนอื่นหรือสังคมชักนำไป ให้ลงมาเท่ากับสิ่งที่มีอยู่ดู ถ้าทำได้ความสุขก็เกิดขึ้นทันทีโดยไม่ต้องมีอะไรมากมาย ไม่ต้องรออนาคตให้มีครบทุกอย่างแล้วค่อยมีความสุขก็ได้ ลองดูสักครั้ง!!!


"ความสุข ณ ปัจจุบัน สำคัญกว่า ความสุข ณ อนาคต ที่ไม่แน่นอน"

No comments:

Post a Comment